2.5.3 อุณหภูมิ
2.5.3.1 อุณหภูมิในห้องต้องคงที่
2.5.3.2 ไม่วางเครื่องชั่งใกล้กับแหล่งกำเนิดความร้อน
2.5.4 ความชื้น
2.5.4.1 ความชื้นสัมพัทธ์ในห้อง ควรอยู่ระหว่าง 45% RH ถึง 60% RH (สำหรับเครื่องชั่งละเอียด)
2.5.4.2 ความชื้นสัมพัทธ์ควรควบคุมให้คงที่
2.5.5 อากาศ
2.5.5.1 ไม่ควรวางเครื่องชั่งใกล้เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องมือให้กำเนิดลม
2.5.5.2 ไม่ควรใช้เครื่องชั่งใกล้ประตู เข้า – ออก
2.5.5.3 หลีกเลี่ยงการชั่งบริเวณที่มีความร้อน เพราะมักมีกระแสลมที่เกิดจากความร้อน
2.6 การใช้ และการบำรุงรักษาเครื่องชั่ง มีวิธีดังต่อไปนี้
2.6.1 การปรับตั้งเครื่องชั่งให้อยู่ในแนวเส้นตรง
ก่อนการใช้งานเครื่องชั่งทุกครั้งควรตรวจสอบว่าลูกน้ำ หรือตัววัดระดับในแนวดิ่ง อยู่ตรงกลางหรือไม่ แล้วจึงปรับตั้งเครื่องชั่งก่อนการใช้งาน

รูป 2.1 การปรับแต่งตำแหน่งลูกน้ำที่ถูกต้อง

รูป 2.1 การปรับแต่งตำแหน่งลูกน้ำที่ถูกต้อง
2.6.2 กรอบกำบังลม
ต้องเปิดกรอบกำบังลมหลังวางสิ่งของที่ชั่งบนจานชั่งทุกครั้ง และไม่ควรเปิดกรอบกำบังลมกว้างเกินจำเป็น
รูป 2.2 ตำแหน่งของกรอบกำบังลม ก่อนและหลังการใช้งานที่ถูกต้อง
2.6.3 การเปิด – ปิด เครื่องชั่ง
2.6.3.1 หากเครื่องชั่งมีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน ควรเสียบปลั๊กเครื่องชั่งไว้ตลอดเวลา เมื่อใช้งานเสร็จเพียงปิดเครื่องให้อยู่ในสถานะ Standby ซึ่งจะมีกระแสไฟฟ้าเลี้ยงตลอดเวลา เมื่อใช้งานครั้งต่อไปก็สามารถเปิดใช้ได้โดยไม่ต้องอุ่นเครื่อง และจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องด้วย
2.6.3.2 หลังจากเสียบปลั๊กและเปิดเครื่องแล้ว ต้องอุ่นเครื่องชั่งไม่น้อยกว่า 30 นาที ก่อนการใช้งาน
รูป 2.3 สถานะ Standby ของเครื่องชั่ง
2.6.4 ภาชนะใส่สารตัวอย่าง
2.6.4.1 ใช้ภาชนะใส่สารตัวอย่างที่มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนจากการ Tare น้ำหนัก (ยิ่งน้ำหนักที่ Tare มาก ความคลาดเคลื่อนของน้ำหนักยิ่งสูง)
2.6.4.2 อุณหภูมิสารตัวอย่าง กับภาชนะที่ใส่ควรใกล้เคียงกันกันให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการถ่ายเทอุณหภูมิระว่างสารตัวอย่างกับภาชนะ
2.6.4.3 ไม่ควรใช้มือจับภาชนะใส่สารโดยตรง เพราะจะเกิดการถ่ายเทความร้อนระหว่างมือกับภาชนะ และคราบไขมัน หรือครบสกปรกจากมือเปื้อนติดภาชนะทำให้น้ำหนักที่ชั่งคลาดเคลื่อน
2.6.4.4 หลีกเลี่ยงภาชนะที่เป็นพลาสติก ในกรณีที่ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 40% RH เนื่องจากอาจเกิดไฟฟ้าสถิตได้
รูป 2.4 การใช้อุปกรณ์จับภาชนะใส่สารตัวอย่าง
2.6.5 การวางน้ำหนักบนจาน
2.6.5.1 ควรวางสิ่งที่ต้องการชั่งให้เข้าตรงกลางจานชั่ง
2.6.5.2 ในกรณีเครื่องชั่งละเอียด เมื่อเริ่มใช้งาน หรือหากมีการหยุดใช้งานเกิน 30 นาที ควรวางสิ่งที่ชั่งบนจานเครื่องชั่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แล้วยกออก ทำซ้ำประมาณ 2 – 3 ครั้ง ก่อนชั่งจริง เพื่อปรับสภาพอุปกรณ์ภายในให้พร้อมใช้งานมากขึ้น
รูป 2.5 การวางตุ้มน้ำหนักมาตรฐานเข้าตรงกลางจานชั่ง
2.6.6 การอ่านค่า
2.6.6.1 ก่อนการว่างสิ่งที่ชั่งบนจาน ต้องตรวจสอบว่าเครื่องชั่งแสดงค่าเป็น 0 ทุกครั้ง
2.6.6.2 ให้อ่านค่าเมื่อเครื่องชั่งแสดงสัญญาณให้อ่านค่าได้ หรือค่าที่แสดงนิ่ง
รูป 2.6 สถานะหน้าจอแสดงค่าที่สามารถอ่านค่าได้

2.6.7 การปรับตั้ง ควรปรับตั้งเครื่องชั่ง เมื่อ
2.6.7.1 ติดตั้งเครื่องชั่งเป็นครั้งแรก
2.6.7.2 เปลี่ยนแปลงตำแหน่งการวางเครื่องชั่ง
2.6.7.3 มีการปรับตั้งวางเครื่องชั่ง หรือมีการปรับตั้งในแนวดิ่ง
2.6.7.4 อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความดันบรรยากาศภายในห้องวางเครื่องชั่งเปลี่ยน
2.6.7.5 ปรับตั้งเครื่องชั่งก่อนการใช้งานทุกครั้งของแต่ละวัน
รูป 2.7 สถานะหน้าจอแสดงผลระหว่างการปรับตั้ง

2.6.8 การบำรุงรักษา
2.6.8.1 ดูแลรักษาให้เครื่องชั่งสะอาดอยู่เสมอ ทั้งก่อนใช้งาน และหลังใช้งานทุกครั้ง โดยใช้แปรงปัดบนจาน และน้ำยาทำความสะอาดโดยใช้เฉพาะภายนอกเครื่องชั่งเท่านั้น
2.6.8.2 ใช้เฉพาะภาชนะที่สะอาดใส่สารตัวอย่างเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกตกค้างบนจานชั่ง
รูป 2.8 การใช้แปรงทำความสะอาดเครื่องชั่งภายนอก (จานชั่ง)

2.7 การตรวจสอบเครื่องชั่งขั้นพื้นฐาน
โดยปกติจะทำการสอบเทียบเครื่องชั่ง อย่างน้อยทุกๆ 1 ปี แต่ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน ถ้าความถี่ที่ใช้มาก ต้องทำการสอบเทียบเร็วกว่าปกติ หรือถ้าความถี่ที่ใช้น้อย การสอบเทียบอาจเลื่อนระยะเวลาออก เช่น สอบเทียบทุกๆ 6 เดือน หรือ ทุกๆ 2 ปี เป็นต้น
อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบด้วยวิธีขั้นพื้นฐาน คือ การหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของเครื่องชั่งพบว่าค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ได้เกินค่าที่ยอมรับได้ ก็จำเป็นต้องทำการสอบเทียบในทันที ซึ่งการหาค่าเบียงเบนมาตรฐานจะกล่าวในหัวข้อถัดไป
2.7.1 การตรวจสอบคุณลักษณะทั่วไป
เป็นการตรวจสอบการทำงานโดยทั่วไปของเครื่องชั่ง ระบบการทำงานของกลไกต่างๆ รวมถึงความสะอาดของเครื่องชั่ง หากพบสิ่งผิดปกติต้องดำเนินการแก้ไขก่อนการสอบเทียบครั้งต่อไป แล้วต้องอุ่นเครื่องชั่งอย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที หรือตามที่คู่มือเครื่องชั่งกำหนด แล้วปรับตั้งเครื่องชั่งขั้นพื้นฐาน ตามวิธีที่กำหนดของเครื่องชั่งนั้นๆ
2.7.2 ขั้นตอนการตรวจสอบเครื่องชั่งขั้นพื้นฐาน
การสอบเทียบเครื่องชั่ง ต้องทำตามขั้นตอนและวิธีตามมาตรฐาน OIML ดังนี้
2.7.2.1 ขั้นตอนการพิจารณาเลือกใช้ตุ้มน้ำหนักมาตรฐาน
2.7.2.2 หาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของเครื่องชั่ง
2.7.3 ขั้นตอนการพิจารณา และเลือกใช้ตุ้มน้ำหนักมาตรฐาน
2.7.3.1 เลือกชุดตุ้มน้ำหนักมาตรฐานที่ใช้สอบเทียบ โดยต้องครอบคลุมช่วงน้ำหนักที่ใช้ประจำ และน้ำหนักสูงสุดที่เครื่องชั่งสามารถรับได้
2.7.3.2 ชุดตุ้มน้ำหนักมาตรฐานที่เลือก ต้องมีค่าความไม่แน่นอนน้อยกว่าค่าความละเอียดของเครื่องชั่ง
2.7.3.3 Class ของตุ้มน้ำหนักมาตรฐาน ควรพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับความละเอียด และน้ำหนักสูงสุดที่เครื่องชั่งสามารถรับได้
tabel 2 ตารางแสดง Class ของตุ้มน้ำหนัก
2.7.4 การหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของเครื่องชั่ง
การตรวจสอบค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของเครื่องชั่ง (Repeatability) คือ การตรวจสอบในการอ่านค่าซ้ำ 10 ครั้ง โดยตรวจตรวจสอบ 2 จุด ที่น้ำหนักไม่เกิน 10% และไม่น้อยกว่า 90% ของน้ำหนักสูงสุดที่เครื่องชั่งรับได้ หรือค่าที่ใช้ประจำ และนำค่าที่ได้จากการชั่งซ้ำ 10 ค่า ดังกล่าว นำมาหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation , S.D.) จากสูตร ตัวอย่าง เช่น
tebel3 2.8 การนำค่าแก้ที่อ่านได้จากใบรับรองการสอบเทียบเครื่องชั่งมาใช้
ค่าที่อ่านได้ + ค่าแก้ = ค่าที่ถูกต้อง
เช่น
tabel4 200 + (+0.0004) = 200.0004 g.
ดังนั้น ถ้าต้องการสารตัวอย่างที่ 200 g. ต้องชั่งสารตัวอย่างให้มีน้ำหนัก 199.9996 g. และความไม่แน่นอน 0.08 ซึ่งจะได้น้ำหนักสารอยู่ในช่วง 199.99952 ถึง 199.99968 g.